[SF] :: Secret Garden ::02 [SJ-KibumDonghae]
posted on 22 Apr 2010 15:08 by psychel in SJ-Short-FictionTitle Secret Garden
Type [SF] Short Fiction
Couple Kibum x Donghae
Author Psyche
Warning เรื่องราวทั้งหมดถูกสร้างมาจากจินตนาการของผู้แต่งทั้งสิ้น ไม่มีผลกระทบหรือเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของศิลปินที่ถูกอ้างอิงถึงแต่อย่างใด
Secret Garden 02
ทงเฮไม่รู้ตัวเลยว่าใช้เวลาอยู่ในบ้านนานจนกระทั่งจากดวงตะวันลอยสูงเหนือหัวก็กำลังจะตกดินในอีกไม่กี่นาทีนี้ แสงสีส้มแดงคืบคลานผ่านเข้ามาทางบานหน้าต่างกระจกขุ่นมัวจนกระทบเข้ากับกรอบรูปที่เขาถืออยู่ ย้อมใบหน้าทั้งสามที่ยิ้มแย้มจากในภาพถ่ายให้กลายเป็นสีแดง...แลดูหดหู่และหม่นเศร้าประหลาด
ชายหนุ่มตัดใจวางกรอบรูปเหล่านั้นลงกลับไปที่เดิมที่ควรจะเป็น กะจะสาวเท้าออกจากบ้านเตรียมไปหาอาหารเย็นรับประทานทว่าจู่ๆก็ชะงัก จากที่คิดจะออกทางประตูหน้าตามปกติ ก็กลับมีความคิดผุดขึ้นมาว่า หากเดินออกทางประตูหลัง ก็จะได้ผ่านสวนสวยหลังบ้านอีกครั้ง
และก็อาจจะได้เจอกับ...
ราวกับหุ่นกระบอก ร่างกายมันขยับตัวไปเองตามแต่ที่ใครจะชักใย ทีละก้าว ทีละก้าว จนกระทั่งใต้ฝ่าเท้าเป็นที่วางของพรมผืนหญ้าสีเขียวสด แสงสีแดงยังคงทอดยาวไปทั่วบริเวณ น่าแปลก แต่คราวนี้ ทงเฮกลับรู้สึกว่ามันเป็นการเชิญชวน มองตรงไปข้างหน้าถัดจากบริเวณกว้างคือต้นไม้เกาะพันกันสูงใหญ่ ที่พ่อและแม่เคยออกแบบตกแต่งไว้ให้เป็นเขาวงกตซับซ้อนเพื่อเป็นที่เล่นของลูกชายคนเดียว
ทงเฮจำได้...สมัยก่อน กว่าจะเข้าไปถึงใจกลางเขาวงกตได้นั้น...เขาใช้เวลาไปครึ่งค่อนวันจนอีนาราต้องไปลากตัวออกมา
แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว...
ปลายเท้าเหยียบย่างก้าวแรกเข้าไปในดงสีเขียวครึ้ม ความสูงของมันมากจนแทบจะโค้งปิดเป็นหลังคา มีเพียงแสงเล็ดลอดเข้ามาได้รางๆเท่านั้นผ่านทางร่องใบไม้ที่แหวกจากกันบางส่วน อากาศตรงนั้นเย็นกว่าภายนอกเล็กน้อย คงเพราะว่าถูกปิดกั้นจากแสงอาทิตย์มาเป็นเวลานาน
เงาสีเขียวๆรายล้อมทงเฮจนหมดทั้งตัวเมื่อเขาเดินเข้ามาได้เพียงสิบกว่าก้าว จากสัมผัส คนตัวเล็กรู้สึกได้ว่ามันมืดยิ่งกว่าเก่า แสงเล็กๆนั่นหายไปหมดแล้วเหลือเพียงความมืดครึ้มสีเขียว ทว่าความตื่นเต้นสนใจก็ทำให้เจ้าตัวไม่ได้สะดุดใจกับมันและลืมที่จะหันหลังกลับ
สรรพสิ่งกำลังแสดงพลังของมัน...
ข้างหลัง
กิ่งไม้รอบนอกค่อยๆสานเข้าหากันช้าๆจนบดบังทางเข้าแต่แรกเริ่มไปจนหมดสิ้น...สายลมพัดแผ่วไหวจนสิ่งมีชีวิตสีเขียวสั่นกราวราวกับว่ามีชีวิต และทุกก้าวที่ทงเฮเข้าไปลึกขึ้น...ใบไม้เหล่านั้นก็จะสานเข้าหากันดุจเงาไล่ตามหลัง
ทงเฮ
ทงเฮ
ทงเฮ
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองตรงไปที่ทางเดินข้างหน้า วูบหนึ่งเหมือนจะแจ่มชัด ทว่าอีกวูบก็กลับเลื่อนลอย
เด็กชายในชุดสีขาวกำลังเดินโหย่งตัวทำท่าเหมือนหลบเลี่ยงอะไรบางอย่าง มือสองข้างเกาะไปตามกำแพงไม้เลื้อยโดยไม่นำพาแม้ว่าชุดสวยจะเปื้อนฝุ่นโคลนสักเท่าใด แววตาสดใสเป็นประกายตื่นเต้น ปากบางเล็กแย้มออกเห็นฟันซี่น้อย เขาวงกตถูกสำรวจไล่ลึกเข้าไปเรื่อยๆ เขารู้ความคิดของเด็กคนนั้น...เด็กกำลังตามหา...หากระดาษ...กระดาษคำใบ้...
เบื้องหน้าคนตัวโปร่งเพรียวคือรอยสลักขีดอยู่ในเนื้อไม้หนักแน่น เป็นรูปลูกศรชี้บอกทางให้ตรงไปทางหนึ่งในสามแยก แต่ละทางที่รออยู่คือความเยียบเย็นที่ผสานอัดแน่นในบรรยากาศ ความชื้นแล่นเข้ากระทบผิวกายจนเหนียวเหนอะหนะ ทงเฮลังเล...แม้จิตใต้สำนึกจะบอกว่า
เขารู้คำตอบและเส้นทางที่ต้องเลือก
เด็กชายตัวเล็กคลี่รอยยิ้มยินดีกับสิ่งที่ได้รับมาโดยบังเอิญ ความลิงโลดเป็นเท่าทวีที่สองเท้าเล็กตะกุยวิ่งผ่านไปยังเส้นทางนั้นโดยไม่มีรีรอ ทงเฮสัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่นในตัวใครคนหนึ่ง ใครคนที่อยู่เบื้องหลังคำใบ้ปริศนา..คนที่รออยู่ ณ จุดหมายปลายทาง
ใบหน้าสวยเริ่มจะมีเหงื่อผุดพรายเล็กน้อยกับอากาศหายใจที่จางหายไปทุกทีจากความมึดทึบรอบตัว ทงเฮออกเดินไปตามทางเดินด้านซ้ายที่เขียนไว้ ด้วยความเชื่อมั่นเฉกเช่นเดียวกับเด็กน้อยผู้นั้น
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกว่ายามเติบโตขึ้นวาวจ้าเมื่อพบเจอปริศนาชิ้นที่สอง กระดาษสีขาวที่ถูกขีดเขียนด้วยหมึกดำเป็นสัญลักษณ์บางอย่างให้ต้องขบคิด คนๆนั้นช่างรู้ใจ รู้ดีว่าเด็กชายทงเฮชอบอะไรแบบนี้มากขนาดไหน และก็ฉลาดพอที่จะทำข้อคำถามไม่ให้ยากเกินไปจนหนูน้อยโยเยไม่อยากค้นหาคำตอบ
คนที่มีพ่อเป็นถึงเซียนปริศนาคำใบ้ยิ้มกว้างกับปัญหาเด็กประถมง่ายๆที่เคยผ่านตามาไม่รู้กี่ครั้ง เขาตัดสินใจเดินต่อไปตามทางที่บอก ความหวังผุดพรายไม่ต่างอะไรจากวัยเยาว์ สติสัมปชัญญะในยามนั้นไม่มากพอที่จะสำรวจหรือสังเกตสังกาสิ่งใดๆต่อไปอีก
ทงเฮไม่รู้ด้วยซ้ำว่านัยน์ตาของตน...ไร้แวว
ม่านสีเขียวครึ้มยังคงคลี่ขยายตามมาไม่หยุดยั้ง ทว่าไม่เคยรุกไล่...ประดุจเพียงต้องการจะปิดหนทางออกสู่โลกภายนอกของใครบางคน
“นี่ ฉันเหนื่อยแล้วนะ ทำไมยังไม่ถึงเสียทีล่ะ”
“นี่ อย่ามาทำเป็นเงียบนะ เดี๋ยวก็ไม่เล่นด้วยเสียเลย อย่าทำเมินท่านทงเฮคนนี้นะ”
“คอยดูเถอะ ฉันจะฟ้องพ่อกับแม่ให้งดขนมนาย ไม่ให้นายเล่นเขาวงกตของฉันแล้วด้วย”
เสียงเด็กชายทงเฮตะโกนเมื่อเดินมาได้อีกสักระยะก็ยังไม่ถึงที่หมาย แก้มแดงก่ำด้วยเลือดฝาด หายใจหอบเล็กน้อย และ...ชุดสีขาวไม่เหลือเค้าสีเดิมไว้ให้เชยชมอีกต่อไป
“นี่ ฉันเบื่อสีเขียวๆแล้วนะ อยากเจอหน้านายแล้ว”
“ฉันไม่ชอบซ่อนหา ฉันชอบเป็นคนซ่อน แล้วนายต้องหาฉันสิ”
รอยยิ้มเอ็นดูผุดขึ้นมื่อได้ยินถ้อยคำไร้เดียงสา คราวนี้ทงเฮไม่ต้องใช้อะไรในการนำทางอีกต่อไป เข็มทิศในตัวตนมันบอกให้ก้าวไปทางโน้น ทางนั้น และทงเฮก็ทำตามโดยไม่รีรอ...หัวใจของเขาและเด็กน้อยผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยความเชื่อมั่นในตัวบุคคลคนนั้น
เด็กชายชุดสีดำผู้มีรอยยิ้มสุขุม...และแววตาอ่อนโยน
“ถ้านายยังไม่ออกมา ฉันจะกลับแล้วนะ” “
อะไรกัน อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงใจกลางแล้ว ท้อแล้วเหรอทงเฮ
“นาย!!!”
“มาสิ ฉันรอนายอยู่นานมากเลยนะ”
“รอมาตลอด ทงเฮ”
ใบหน้าเรียวเล็กบูดบึ้ง ร่างจ้อยเดินแกมวิ่งไปตามทางที่ได้ยินเสียง ผ่านพันธุ์ไม้นานาชนิดรวดเร็วจนเห็นเป็นเพียงแสงสีเขียววาบเท่านั้น หัวใจเต้นระรัวเมื่อสัมผัสได้ถึงความมีตัวตนของใครที่อยู่ห่างไปไม่ถึงห้าก้าว กิ่งไม้พร่างพรายใบสีเขียวเพียงกิ่งเดียวที่ปิดกั้นเด็กชายเอาไว้
มือเล็กๆเอื้อมปาดมันออกโดยทันที
.
.
.
ทงเฮก้าวเท้าเข้าไปในอาณาเขตที่พุ่มไม้ถักทอเหลือพื้นที่ตรงกลางไว้เป็นวงกลมขนาดกลาง มีโต๊ะเล็กๆพร้อมเก้าอี้ครบชุดตั้งอยู่ ตะไคร่เขียวคร่ำเกาะทว่าเนื้อไม้ยังไม่ถูกกัดกินแต่อย่างใด
“ฮั่นแน่ เจอนายจนได้”
“คิบอม”
เสียงหวานแผ่วเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงสง่าในชุดสีดำสนิทยืนหันแผ่นหลังกว้างให้ ด้วยความรู้สึกมันบ่งบอก...ต้องใช่...คนๆนี้ต้องใช่ แม้ความสูงจะแตกต่าง หากบรรยากาศรอบตัวและความคุ้นเคย
“นายคือคิบอม เด็กผู้ชายชุดดำคนนั้น” พูดเหมือนจะย้ำความมั่นใจให้ตัวเอง
ร่างสูง...สูงกว่าทงเฮมากนักค่อยๆหันกลับมาช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าเข้มคมคาย นัยน์ตาอบอุ่นที่แสนจะคุ้นเคย ริมฝีปากหยักแย้มออกเล็กน้อยเป็นเชิงต้อนรับ
“ในที่สุด นายก็กลับมา”
นายก็มา
นายก็มา
นายก็มา
มา
มา
มา
เสียงทุ้มต่ำชอนไชเข้าไปถึงข้างใน ดวงตาใสเบิกกว้าง ใบหน้าสวยส่ายไปมา สองมือยกขึ้นกุมศีรษะ
เปรี๊ยะ !!!!
เหมือนเชือกหรือเส้นสายบางอย่างในสมองมันขาด สายบางเฉียบหากทรงพลังเหวี่ยงสะเปะสะปะไปทั่วทิศทางในสมอง สร้างความเจ็บปวดเหลือคณานับ ทุกครั้งที่สายนั้นกรีดโดนเนื้อเยื่อ ภาพในอดีตก็จะผุดขึ้นมา เล่นไหลเวียนซ้ำไม่มีวันจบสิ้น
เด็กชายสองคนกำลังวิ่งเล่น
ใบหน้าที่หัวเราะร่าเริง
ดวงตาบ่งบบอกมิตรภาพที่มีให้กัน
สองมือประสานแน่น
สุดท้าย...สิ่งที่ประทับอยู่ในหัวใจ
เฮือกก
“ทำไม”
เสียงแหบแห้งเอ่ยถามอย่างสับสน นัยน์ตาช้อนสบกับนัยน์ตาสีเข้มของอีกคนที่เคลื่อนกายเข้ามาประชิดว่องไว แผ่วเบาดุจขนนก
“ทำไมฉันถึงลืมไปได้”
“เพราะนายจากไป นายจากบ้านหลังนี้ไป”
TBC
-----------------------------------------
สวัสดีค่ะทุกคน
ยังจำกันได้อยู่มั้ย TvT แหะ ขอสารภาพบาป
คือ...พีซียังคืบไปไม่ถึงไหนเลยค่ะ มันแต่งไม่ได้อะ ไม่รู้ทำไม แล้วรู้สึกว่าหายไปนานเกินไปแล้วเลยเอาตอนต่อของเรื่องสั้นมาลงก่อนแล้วก็มาแจ้งข่าวค่ะ จากนี้ไม่รู้เลยจริงๆว่าจะมาต่อเมื่อไหร่ง่ะ ฮืออออ เค้าขอโทษ แต่เค้าจะพยายามนะคะ ขอโทษผู้อ่านทุกคนด้วยค่ะที่รอจนไม่อยากรอแล้ว TT^TT
จะพยายามกลับมาให้เร็วที่สุดนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ไซคี
100422