[LF] :: Against the Destiny :: Prologue (SJ-KyuMin)

posted on 08 Nov 2009 17:44 by psychel  in Against-the-Destiny

 

Title Against the Destiny 

Type [LF] Long Fiction  

Couple Kyuhyun x Sungmin / Kangin x Leeteuk (Feat.Super Junior and TVXQ) 

Author Psyche 

Warning เรื่องราวทั้งหมดถูกสร้างมาจากจินตนาการของผู้แต่งทั้งสิ้น ไม่มีผลกระทบหรือเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของศิลปินที่ถูกอ้างอิงถึงแต่อย่างใด     

 

 

Chapter Prologue    

 

 

หยุดเลยไอ้ไก่ ไม่ต้องพูดมาก  

ใช่ หยุดปากไก่ๆของแกไปเลย ไอ้ไก่ไร้สาระ 

โกงงงง พวกพี่รุมกันแกล้งผมนี่ เสียงของคนที่ได้ชื่อว่าขาแร็ปพยายามแก้ต่างแก้ตัวให้ตัวเองอย่างสุดความสามารถ ทว่าเมื่อเทียบกับฝีปากและความเหนือชั้นของพี่ชายอีกสองคนก็ยังถือว่าอ่อนนัก 

 ก็ช่วยไม่ได้ นายอยากเป็นคนแกล้งง่ายเองทำไมล่ะ 

มันไม่ใช่ว่าผมอยากนะ...พี่อะ...ท..ไม...ไม่...เป...    

 

 

ดวงตาดำจัดเริ่มหรี่ปรือด้วยความง่วงขณะที่ลำตัวกระเพื่อมไปตามแรงของรถที่วิ่งอยู่ด้วยความเร็วพอประมาณ สองหูยังแว่วเสียงสมาชิกในวงทั้งสามโต้เถียงกันไม่หยุดหย่อน...ห่างออกไปทุกทีๆ...คยูฮยอนยกรอยยิ้มน้อยๆเมื่อพอจะได้ข้อสรุปว่าถึงจะยังไงพี่ชายคนที่แปดของเขาก็ไม่มีปากมีเสียง หือไม่ขึ้นแม้ว่าจะเป็นกับคนที่หือได้ง่ายที่สุดแล้วอย่างพี่อีทึก   

 

ร่างสูงเพรียวขยับตัวให้หลังแนบกับเบาะด้วยท่วงท่าที่สบายมากขึ้น ความปวดเมื่อยแล่นไปทั่วทั้งตัวเมื่อต้องนั่งเก้าอี้แข็งๆของทางรายการวิทยุที่จัดไว้เป็นเวลาถึงสองชั่วโมงเต็ม...แต่ก็เป็นสองชั่วโมงที่คุ้มค่า...เมื่อเขาได้เห็นการทำงานดีเจของพี่ชายในซูเปอร์จูเนียร์คิสเดอะเรดิโออย่างเต็มที่...แอบหวังอยู่ลึกๆว่าตนเองจะได้มีโอกาสทำงานเช่นนั้นบ้าง...เมื่อเขาพร้อมและมีความกล้ามากกว่านี้ ...  

 

 

อ่าว คยูหลับไปซะแล้ว วุ้ย เด็กคนนี้นี่ ไม่มีตื่นมาอยู่เป็นเพื่อนพี่เชื้อ””   

 

 

ชินดงเอ่ยขึ้นเมื่อยื่นหน้าไปทางที่นั่งข้างหน้าอีกที น้องเล็กสุดก็หลับสนิทเรียบร้อย ใบหน้าหล่อร้ายกาจยามหลับไหลเปรียบได้กับเด็กชายอ่อนเยาว์คนหนึ่งเท่านั้น   

 

 

อย่าไปว่าน้องมันเลย คงจะเหนื่อย เด็กกำลังกินกำลังโต คยูฮยอนทำงานหนักมาหลายวัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องไปอัดรายการอีก นี่ก็ตีหนึ่งกว่าเข้าไปแล้ว

 

อีทึกแก้ต่างให้พลางหันไปลูบเรือนผมที่ปรกใบหน้าของคนนอนหลับอยู่ข้างๆอย่างเบามือ สร้างความหมั่นไส้ให้กับอีฮยอกแจซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังอย่างเหลือแสน จนต้องยกเท้าขึ้นถีบเบาะข้างหน้าไปเสียเต็มแรง เรียกเสียงครางฮึมจากคนนอนหลับให้ฝ่ายกระทำการหวาดเสียวเล่น...ทว่าก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น  

 

นี่แน่ะ ไอ้เด็กนิสัยไม่ดีอึนฮยอกยังไม่ยอมเลิก 

แกแหละนิสัยไม่ดี ชินดงว่าคนนั่งข้างๆเข้าให้แล้วผลักหัวกลมๆไปทีหนึ่ง

 ไปเตะเบาะคยูฮยอนทำไม ไม่เห็นเหรอว่าคนกำลังหลับอยู่ เดี๋ยวเหอะ มันลุกขึ้นมาแง่งใส่เหมือนทุกทีแล้วจะยิ้มไม่ออก ฝีปากเด็กมันน่ะบาดขนาดไหนก็รู้ๆกันอยู่ ยังไม่เข็ดเรอะ   

 

อึนฮยอกพ่นลมหายใจขึ้นจมูก เอนหลังพิงเบาะของตัวแรงๆทำหน้าบึ้งแบบเสแสร้ง  

 

ก็พวกพี่อะ โอ๋มันอยู่ได้ ทีกับผมนะจิกเอาๆ  

แล้วแกทำตัวให้น่าเอ็นดูเท่าคยูฮยอนได้ไหมล่ะ วันๆเอาแต่ยิ้มโชว์เหงือก น่าหมั่นไส้ 

 เชอะ  

 

 

เมื่อเถียงไม่ออก ขาแร็ปตัวขาวก็ได้แต่นั่งบ่นฟ้าบนลมไปตามเรื่อง จนตัวเองก็ชักเพลินง่วงๆเข้าเหมือนกัน อึน  ฮยอกจึงเอนตัว พิงน้ำหนักไปที่พี่ชายตัวอ้วนซะเต็มที่ ยึดเอาความนุ่มนิ่มจากเนื้ออุ่นๆเป็นหมอนรองนอนชั่วคราว ซึ่งคนอายุมากกว่าก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แถมด้วยการเอาศีรษะมาพิงศีรษะของอีกคน นอนเอียงตัวเข้าหากันแล้วหลับตาสบายใจ...เข้าสู่นิทราไปทั้งสองคน   

 

 

เออ ดีเว้ย เลยหลับกันซะหมด แล้วใครจะอยู่เป็นเพื่อนฉันล่ะเนี่ย   

 

 

หัวหน้าวงพึมพำงุบงิบเมื่อมองไปด้านข้าง คนข้างๆก็หลับ เอี้ยวกลับไปมองข้างหลัง สองคนหลังก็นอนพิงกันหลับสบายไปเสียแล้ว ทิ้งเขาให้นั่งเป็นยามเฝ้า...ดูพวกมันหลับกันอยู่คนเดียว ชิ หน้าสวยยื่นไปข้างหน้า หวังพึ่งผู้จัดการทั้งสองเป็นทางเลือกสุดท้าย หากสองคนนั่นก็เอาแต่นั่งคุยอะไรก็ไม่รู้กันเองดูเคร่งเครียดจนอีทึกไม่กล้าเข้าไปยุ่ง...ท้ายสุด ลีดเดอร์อีทึกก็ต้องนั่งมองวิวดำมืดข้างทางไปเงียบๆแทน  

 

.

.

.  

 

 

ตอนนี้เขาน่าจะกำลังอยู่บนทางด่วน...สะพานโอลิมปิกละมั้งถ้าจำไม่ผิด อีกนานเหมือนกันกว่าจะถึงคอนโดที่พักของซูเปอร์จูเนียร์ แปลก...ปกติเขาก็ผ่านทางนี้แทบจะทุกวัน ไม่เห็นจะเคยรู้สึกว่าข้างทางมันจะดูน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน...เงาดำๆวูบวาบขึ้นๆลงๆจากนอกรถเรียกความหวาดหวั่นอย่างไม่ทราบสาเหตุให้เข้าเกาะกุมจิตใจของอีทึก...เขาสังหรณ์อะไรบางอย่าง  

 

ไม่ดีเลย... 

 

 

 มือเรียวสวยคว้าโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงกะจะกดหมายเลขหาหมีตัวอ้วนที่น่าจะอยู่ระหว่างทางกลับบ้านเหมือนกัน...แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเก็บเข้าที่เดิม...ไม่มีประโยชน์ที่จะทำให้ยองอุนต้องมาเป็นกังวลไปด้วย มันคงไม่มีอะไรหรอก เป็นเขาที่คิดมากไปเองซะมากกว่า...  

 

อีทึกนั่งไม่ติดที่อยู่ได้ซักครู่ก็ทนไม่ไหว เอื้อมไปสะกิดหนึ่งในผู้จัดการแล้วถามว่า  

 

พี่ เมื่อไหร่จะถึงบ้านน่ะ 

อะไรกัน ก็ผ่านทางนี้อยู่ทุกวันนี่จองซู นายก็รู้ว่ามันยังไม่ถึง นั่งเล่นไปก่อนละกัน

 แต่ผมรู้สึกแปลกๆ มันบอกไม่ถูก 

ไม่สบายเหรอ คราวนี้คนเป็นผู้จัดการชักจะให้ความสนใจ อีทึกส่ายหน้าทั้งที่มือยังเกาะอยู่กับเบาะ 

ไม่ มันเหมือน อะไรไม่รู้ หวิวๆ รู้สึกไม่สบายใจ  

นายคิดมากไปแล้วแหละ หลับตาพักซักเดี๋ยวก็จะดีขะ...เฮ้ยยย    

 

 

เอี๊ยดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!   

 

 

ปังงงงงง!!!!!!!!   

 

 

ไม่ทันขาดคำ คนตัวบางก็ต้องกระตุกอย่างแรงเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกระทำบางอย่างที่เหวี่ยงรถจนลื่นไถลราวกับไร้น้ำหนัก กระชากผู้จัดการไปทางหน้ารถ ขณะที่เหวี่ยงเขากลับมาชิดพนักที่นั่งตามเดิม มือซ้ายเขาเอื้อมไปกันน้องชายที่นอนหลับอยู่ข้างๆโดยอัตโนมัติทว่าแรงหมุนนั้นก็ทำให้ตัวเขากระเด็นไปติดกับอีกฝั่งหนึ่งของรถแทน จุกจนพูดไม่ออก...เหลือบไปด้านข้างอีทึกเห็นคยูฮยอนลืมตาขึ้นมาอย่างงงๆแล้วก็ต้องร้องลั่นเมื่อเบาะที่นั่งคนขับกำลังเลื่อนมาข้างหลังด้วยความเร็วสูงราวกับไร้ตัวยึดติด...เบาะบ้านั้นกำลังจะทับน้องชายเขาทั้งเป็น   

 

 

 คยูฮยอนนน ระวังง!!!!!!”   

 

 

พูดได้เพียงแค่นั้นก็ต้องหลับตาแน่นเมื่อแรงกระแทกครั้งถัดไปนั้นมากพอที่จะทำให้กระจกรถแตกกระจาย...เศษเสี้ยวชิ้นส่วนนั้นกระเด็นมาบาดหน้าเขาเต็มๆรวมถึงที่เหลือที่แล่นปักเข้ากลางหลัง แรงเหวี่ยงหลังกระแทกเบาะยิ่งทำให้เศษนั้นบาดเข้าเนื้อมากขึ้น...เขาลืมตาไม่ได้เมื่อเศษกระจกยังคาปักเหนือเปลือกตาของเขาแบบนี้...เจ็บเหลือเกิน เสียงโครมครามยังมีให้ได้ยินเป็นระยะ  

 

แล้วคนอื่นข้างหลังล่ะ ชินดง ฮยอกแจ...  

...ยองอุน...ช่วยฉันที...  

 

.

.

. 

 

 

 อั่กก!!!!!   

 

 

เพียงชั่ววินาทีที่รู้สึกตัวเพราะแรงเหวี่ยงแปลกๆและเสียงของพี่อีทึกตะโกนลั่นรถ คยูฮยอนก็โดนเบาะที่นั่งคนขับอัดเข้าที่ลำตัวอย่างเต็มๆ ความเจ็บปวดแล่นพล่านเข้ามาในทุกส่วนของร่างกาย อะไรบางอย่างแทงเข้าไปที่ข้างในลำตัวทำให้คยูฮยอนอึดอัดทรมาน หายใจไม่ออก และไม่มีแม้เรี่ยวแรงที่จะหันไปมองสมาชิกคนอื่น   

 

อะไรกัน...เกิดอะไรขึ้น...  

 

ยังไม่ทันจะหาคำตอบให้ตัวเอง แรงระลอกสองก็ซัดช่วงสะโพกเขาจนรู้สึกได้ถึงเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะภายใน น้ำตาร้อนๆไหลออกมาโดยอัตโนมัติเมื่อร่างกายพานพบกับความเจ็บปวดอันเกินจะทนรับไหว มือสั่นคลำเปะปะไปตามลำตัวเพื่อพบกับของเหลวข้นหนืดที่ไหลทะลักราวกับว่าจะหลั่งรินจนหยดสุดท้าย รถยนต์ที่อาศัยขับขี่มาเป็นเวลานานหมุนติ้วรอบคันก่อนจะหยุดสนิทที่ข้างทางพร้อมแรงกระแทกครั้งสุดท้าย   

 

 

เสียงอื้ออึงค่อยสงบลง...นิ่งเหมือนกับเจ้าถังเหล็กสีดำที่หมดสภาพการใช้งาน 

...แทบจะไม่เหลือร่องรอยว่ามันเคยเป็นรถยนต์มาก่อนในอดีตอีกเลย...  

 

.

.

.  

 

 

เสียงแตรไซเรนดังลั่นไปทั่วบริเวณพร้อมกับความวุ่นวายของเจ้าหน้าที่ในการพยายามช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ติดอยู่ในตัวรถ    ในความมืดมิด   คยูฮยอนไม่รู้ว่าพี่ชายสองคน...ชินดงกับอึนฮยอกปลอดภัย ขณะที่พี่ชายคนโตสุดบาดเจ็บสาหัส  

ไม่ได้ยินเสียงของอีทึก...ที่แม้ว่าตัวเองจะบาดเจ็บเพียงไร...สิ่งที่พร่ำพูดออกมาก็มีเพียงคำว่าคยู ฮยอน...คยูฮยอนเท่านั้น  คยูฮยอนไม่รู้สึกอะไร...กระทั่งตอนที่เจ้าหน้าที่มาขนย้ายร่างของเขาขึ้นเปลหาม เพื่อนำส่งโรงพยาบาลใกล้ๆโดยเร็วที่สุด  ไม่รู้สึกแม้ยามที่คมมีดกรีดลงมาบนเนื้อช่วงหน้าอก พร้อมกับที่ท่ออะไรซักอย่างถูกสอดเข้าไปในลำคอเรียวเพื่อช่วยในการหายใจ ร่างกายทุกส่วนเริ่มชาไปหมด หนักอึ้งเหมือนไม่ใช่ร่างกายของเขาเอง ที่สำคัญ...ทำไมเขาถึงมีความรู้สึกว่าตัวของเขาเริ่มลอยขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่ขยับไม่ได้มาเป็นเวลานาน...    

 

 

...เขามองเห็นร่างของตัวเองจากบนที่สูง...อาบเลือดและบิดเบี้ยวจนไม่อยากจะเชื่อว่านั่นคือร่างกายของโจคยู ฮยอน ท่ามกลางความสับสนเลือนรางนั้น สิ่งเดียวที่นักร้องหนุ่มนึกถึงคือใบหน้าขาวใส รอยยิ้มเห็นฟันกระต่ายของใครบางคน น้ำเสียงน่ารักที่มักอ้อนคนตัวโตกว่าให้ทำอะไรให้โดยไม่ได้คำถึงถึงอายุที่มากกว่าสองปี   

 

 

...ใครกัน...คุ้นเหลือเกิน...  

 

 

ภาพความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนที่ถูกน้ำกัดเซาะจนทะลักทลาย...ที่ว่าคนใกล้ตายมักจะจำเรื่องในอดีตได้มันเป็นแบบนี้เองสินะ  

 

ยินดีที่ได้รู้จักนะน้องเล็กคนใหม่ ฉันชื่ออีซองมิน จากนี้ไปจะมาเป็นพี่ชายนายอีกคน คงต้องเหนื่อยหน่อยละกันพี่เยอะขนาดนี้ 

แต่คนอายุมากกว่าก็ยังไม่รู้ว่าชื่อนั้น...ใบหน้านั้นเป็นชื่อแรกที่โจคยูฮยอนจำได้ขึ้นใจ... 

 

คยูฮยอนร้องเพลงเพราะจัง เสียงทุ้มนุ่มสุดๆไปเลย น่าอิจฉา 

ซองมินไม่เคยรู้ว่าเขาเองก็อิจฉาน้ำเสียงหวานใสกังวานของคนตัวเล็กมากเพียงใด... 

 

ให้ฉันเหรอ...? เนื่องในโอกาสอะไร แต่ยังไงก็ขอบใจนะ 

...เขายังไม่ได้บอก...ว่าในโอกาสที่เขาได้พบซองมินครบรอบหนึ่งปีของขวัญล้ำค่าที่พระเจ้าประทานมาให้เขา 

 

เอ๋ นายว่าไงนะ เป็นแฟนกับนายเหรอ 

ซองมินไม่รู้ว่าเขาต้องใช้การเตรียมใจถึงกี่วันกว่าที่จะกล้าพูดประโยคนั้น... 

 

ดีใจจังที่ฉันได้เจอกับคยูฮยอน ฉันรักนายนะ อีซองมินรักโจคยูฮยอน 

...เขายังไม่มีโอกาสได้บอก...ว่าเขาเองก็รักซองมินขนาดไหน...  

 

.

.

.  

 

 

แล้วจะยังมีโอกาสอีกหรือ...? 

 

.

.

.  

 

 

 

ความเจ็บปวดที่เลือนหายอยู่ดีๆก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้ง เจ็บที่สุด ทรมานที่สุด และ...เดียวดายที่สุด วูบหนึ่งที่เขารู้สึกเหมือนถูกดึงกลับลงมาอยู่ในร่างกายอันหนักอึ้งอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆเบาบางลง คยูฮยอนไม่ได้ลอยขึ้นสูงเหมือนเคย แต่ราวกับจะจางหาย ละลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศรอบกาย   

 

 

 

 คำสุดท้ายติดอยู่ริมฝีปากก่อนที่มโนสติทั้งหมดจะเลือนหายไป...พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่หลุดลอย    

 

...คยู...ฮยอน..รัก...ซองมิน...     

 

 

TBC    

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หึหึหึหึ
ฟิคดาร์ก...
สมนิสัยคนแต่ง (กร๊ากกกกกกกกกกกก)

คอมบ้า!
เน็ตบ้า!
งอนแล้ว!
ฮืออออออออ T T

#1 By schnapps on 2009-11-08 17:55

กรีดร้อง คุณน้องขา

มาตอนแรกก็เรียกน้ำตา
ทั้งๆ ที่ทำใจไว้แล้ว
ว่าต้องเจอฉากนี้แน่ แต่ทำไมไม่รู้ น้ำตาก็ยังซึมๆ อีก




ปล. ไม่ได้มาเยี่ยมฟิคคุณน้องนานมาก แต่ยังอ่านอยู่นะคะ ยังรักและจะคอยติดตามผลงานของไรท์เตอร์คนนี้อยู่ไม่เปลี่ยนแปลก double wink

#2 By ...alfalfa... on 2009-11-08 18:44

อูย ฟิกแต่ละเรื่องช่างรีบรัดหัวใจดีแท้ๆ
แค่ตอนแรก็เรียกเลือดน้องคยูซะแล้ว
สงสัยตอนหน้าคงเรียกน้ำตาซองมินเป็นไหแน่ๆ


แต่ตอนนี้กระตุ้นต่อมความอยากอ่านตอนต่อไปมากๆแล้วค่ะ รีบมาต่อไว้ๆน้า

#3 By aha (124.122.33.204) on 2009-11-08 20:35

ฟิคใหม่น้องเมี่ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง


พอเห็นเป็นคยูมิน แทบจะกรี๊ดดดดดด นานๆ ที จะมีคยูมินมาให้อ่านสักเรื่อง ยิ่งมาจากไรท์เตอร์คนนี้ ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่

แอบบอกว่า ตอนแรกที่เห็นชื่อเรื่อง นึกว่า่เป็นฟิคย้อนยุคซะอีกค่ะ ฟิคแอบแอ๊งส์แบบที่ชอบเลย จะรออ่านต่อจ้า

#4 By ~~~ D a B a D e E ~~~ on 2009-11-08 20:55

ทมมันสั้นแบบนี้
อ่านกำลังเพลิน คุณ TBC มาคั่นซะงั้น TT_TT

อยากอ่านต่อแล้ว

ชอบมากๆ น้องโจ คิดย้อนไปตอนนู้น เอสเจโดนแบบนี้
ฮือๆๆๆๆๆๆ

รอตอนต่อไปนะคะ ทุกเรื่องเลย (คริๆ)

#5 By min_kyu (125.27.205.21) on 2009-11-08 22:45

แอบกรี๊ดดังๆ (ในใจ)
กำลังปลื้มคู่นี้อยู่อีกคู่หนึ่ง นอกเหนือจาก kangteuk
เข้มข้นตั้งแต่ตอนแรกกันเลยทีเดีย
big smile surprised smile cry

#6 By vanny (114.128.111.55) on 2009-11-09 03:50

อ่า .... คิก
คยูมิน เเละคังทึก
อ่า.ยังไงก็ต้องมีคังทึกให้ชื่นมื่น


เหตุการณ์นี้เป็นอะไรที่ไม่อยากจำ
เเละไม่อยากให้เกิดเลยอะ
พอขึ้นย้อนไปเเล้วมันเศร้าจริง..

คยูฮยอนเพิ่งรู้ตัวว่ารักซองมิน
เเล้วมาเป็นเเบบนี้ ซองมินนี่เสียใจเเย่
ยังไงซะ คิวกี้เจ็บ มินนี่ก็ต้องเจ็บไปด้วย
ต้องตื่นมาบอกรักซองมินให้ได้นะ
อยากบอกเเต่ในใจ


ส่วนอีทึก...
เวลาเกิดเรื่องไม่สบายใจทีไร
คนที่นึกถึงคนเเรกก็เป็นคังอินใช่มั้ยละ ...
หากตัดสินใจโทรไปหา
คังอินรู้เเละตกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น..
เเต่ไม่รู้อะ
ในเรื่อร้ายๆ
เเต่มันก็ยังให้ความรู้สึกอบอุ่น
ตอนที่จองซูดจะโทรไปหายองอุนนั่นละ
ชอบ....


ไม่อยากจะคิดว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง
เพราะงั้นเเกต้องมาต่อเร็วๆนะเเบร่

#7 By SCoTYwILL$_KT on 2009-11-10 22:23

โฮกกกกกกก
ไม่คิดไม่ฝันว่าไรเตอร์จะมีฟิคใหม่ออกมาอีกแล้ว
ดีใจสุด !!

ฝืนโชคชะตา..

คยูมินซะด้วยสิ
ไม่รู้ว่าคราวนี้จะออกมาแนวไหน
แต่ดูเหมือนจะต้องเศร้าอยู่พอดู

อีซองมินคงต้องเสียน้ำตาอยู่อีกมากโข
เฮ้ออ..อยากอ่านต่อแล้วอ่ะไรเตอร์
(เอาปืนจี้)


อย่าลืม
-เด็กมีปัญหา
-ข้ามน้ำข้าวภูเขา
-ซัมแวอินไทม์
- พิพิธภัณฑ์ดารา
ด้วยนะคะ


surprised smile

#8 By super_KT (112.142.113.42) on 2009-11-11 19:44

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

อยากอ่านต่อ
บอกตรงๆว่ากำลังรอฉากนี้อยู่เลย
คิดไว้ว่าในเด็กมีปัญหาจะมีหรือป่าว
แต่ดันมาโผล่ในเรื่องใหม่แทนนะคะ

อยากรู้แล้วอ่ะ
น่าติดตามอีกแล้ว...เรื่องนี้

แล้วอย่าลืมต่อเด็กมีปัญหานะคะ
คิดถึงๆๆๆๆ

#9 By Haenymph on 2009-11-14 09:21