[LF] :: Against the Destiny :: Prologue (SJ-KyuMin)
posted on 08 Nov 2009 17:44 by psychel in Against-the-Destiny
Title Against the Destiny
Type [LF] Long Fiction
Couple Kyuhyun x Sungmin / Kangin x Leeteuk (Feat.Super Junior and TVXQ)
Author Psyche
Warning เรื่องราวทั้งหมดถูกสร้างมาจากจินตนาการของผู้แต่งทั้งสิ้น ไม่มีผลกระทบหรือเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของศิลปินที่ถูกอ้างอิงถึงแต่อย่างใด
Chapter Prologue
“หยุดเลยไอ้ไก่ ไม่ต้องพูดมาก”
“ใช่ หยุดปากไก่ๆของแกไปเลย ไอ้ไก่ไร้สาระ”
“โกงงงง พวกพี่รุมกันแกล้งผมนี่” เสียงของคนที่ได้ชื่อว่าขาแร็ปพยายามแก้ต่างแก้ตัวให้ตัวเองอย่างสุดความสามารถ ทว่าเมื่อเทียบกับฝีปากและความเหนือชั้นของพี่ชายอีกสองคนก็ยังถือว่าอ่อนนัก
“ก็ช่วยไม่ได้ นายอยากเป็นคนแกล้งง่ายเองทำไมล่ะ”
“มันไม่ใช่ว่าผมอยากนะ...พี่อะ...ท..ไม...ไม่...เป...”
ดวงตาดำจัดเริ่มหรี่ปรือด้วยความง่วงขณะที่ลำตัวกระเพื่อมไปตามแรงของรถที่วิ่งอยู่ด้วยความเร็วพอประมาณ สองหูยังแว่วเสียงสมาชิกในวงทั้งสามโต้เถียงกันไม่หยุดหย่อน...ห่างออกไปทุกทีๆ...คยูฮยอนยกรอยยิ้มน้อยๆเมื่อพอจะได้ข้อสรุปว่าถึงจะยังไงพี่ชายคนที่แปดของเขาก็ไม่มีปากมีเสียง หือไม่ขึ้นแม้ว่าจะเป็นกับคนที่หือได้ง่ายที่สุดแล้วอย่างพี่อีทึก
ร่างสูงเพรียวขยับตัวให้หลังแนบกับเบาะด้วยท่วงท่าที่สบายมากขึ้น ความปวดเมื่อยแล่นไปทั่วทั้งตัวเมื่อต้องนั่งเก้าอี้แข็งๆของทางรายการวิทยุที่จัดไว้เป็นเวลาถึงสองชั่วโมงเต็ม...แต่ก็เป็นสองชั่วโมงที่คุ้มค่า...เมื่อเขาได้เห็นการทำงานดีเจของพี่ชายในซูเปอร์จูเนียร์คิสเดอะเรดิโออย่างเต็มที่...แอบหวังอยู่ลึกๆว่าตนเองจะได้มีโอกาสทำงานเช่นนั้นบ้าง...เมื่อเขาพร้อมและมีความกล้ามากกว่านี้ ...
“อ่าว คยูหลับไปซะแล้ว วุ้ย เด็กคนนี้นี่ ไม่มีตื่นมาอยู่เป็นเพื่อนพี่เชื้อ””
ชินดงเอ่ยขึ้นเมื่อยื่นหน้าไปทางที่นั่งข้างหน้าอีกที น้องเล็กสุดก็หลับสนิทเรียบร้อย ใบหน้าหล่อร้ายกาจยามหลับไหลเปรียบได้กับเด็กชายอ่อนเยาว์คนหนึ่งเท่านั้น
“อย่าไปว่าน้องมันเลย คงจะเหนื่อย เด็กกำลังกินกำลังโต คยูฮยอนทำงานหนักมาหลายวัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องไปอัดรายการอีก นี่ก็ตีหนึ่งกว่าเข้าไปแล้ว”
อีทึกแก้ต่างให้พลางหันไปลูบเรือนผมที่ปรกใบหน้าของคนนอนหลับอยู่ข้างๆอย่างเบามือ สร้างความหมั่นไส้ให้กับอีฮยอกแจซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังอย่างเหลือแสน จนต้องยกเท้าขึ้นถีบเบาะข้างหน้าไปเสียเต็มแรง เรียกเสียงครางฮึมจากคนนอนหลับให้ฝ่ายกระทำการหวาดเสียวเล่น...ทว่าก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
“นี่แน่ะ ไอ้เด็กนิสัยไม่ดี” อึนฮยอกยังไม่ยอมเลิก
“แกแหละนิสัยไม่ดี” ชินดงว่าคนนั่งข้างๆเข้าให้แล้วผลักหัวกลมๆไปทีหนึ่ง
“ไปเตะเบาะคยูฮยอนทำไม ไม่เห็นเหรอว่าคนกำลังหลับอยู่ เดี๋ยวเหอะ มันลุกขึ้นมาแง่งใส่เหมือนทุกทีแล้วจะยิ้มไม่ออก ฝีปากเด็กมันน่ะบาดขนาดไหนก็รู้ๆกันอยู่ ยังไม่เข็ดเรอะ”
อึนฮยอกพ่นลมหายใจขึ้นจมูก เอนหลังพิงเบาะของตัวแรงๆทำหน้าบึ้งแบบเสแสร้ง…
“ก็พวกพี่อะ โอ๋มันอยู่ได้ ทีกับผมนะจิกเอาๆ”
“แล้วแกทำตัวให้น่าเอ็นดูเท่าคยูฮยอนได้ไหมล่ะ วันๆเอาแต่ยิ้มโชว์เหงือก น่าหมั่นไส้”
“เชอะ”
เมื่อเถียงไม่ออก ขาแร็ปตัวขาวก็ได้แต่นั่งบ่นฟ้าบนลมไปตามเรื่อง จนตัวเองก็ชักเพลินง่วงๆเข้าเหมือนกัน อึน ฮยอกจึงเอนตัว พิงน้ำหนักไปที่พี่ชายตัวอ้วนซะเต็มที่ ยึดเอาความนุ่มนิ่มจากเนื้ออุ่นๆเป็นหมอนรองนอนชั่วคราว ซึ่งคนอายุมากกว่าก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แถมด้วยการเอาศีรษะมาพิงศีรษะของอีกคน นอนเอียงตัวเข้าหากันแล้วหลับตาสบายใจ...เข้าสู่นิทราไปทั้งสองคน
“เออ ดีเว้ย เลยหลับกันซะหมด แล้วใครจะอยู่เป็นเพื่อนฉันล่ะเนี่ย”
หัวหน้าวงพึมพำงุบงิบเมื่อมองไปด้านข้าง คนข้างๆก็หลับ เอี้ยวกลับไปมองข้างหลัง สองคนหลังก็นอนพิงกันหลับสบายไปเสียแล้ว ทิ้งเขาให้นั่งเป็นยามเฝ้า...ดูพวกมันหลับกันอยู่คนเดียว ชิ หน้าสวยยื่นไปข้างหน้า หวังพึ่งผู้จัดการทั้งสองเป็นทางเลือกสุดท้าย หากสองคนนั่นก็เอาแต่นั่งคุยอะไรก็ไม่รู้กันเองดูเคร่งเครียดจนอีทึกไม่กล้าเข้าไปยุ่ง...ท้ายสุด ลีดเดอร์อีทึกก็ต้องนั่งมองวิวดำมืดข้างทางไปเงียบๆแทน
.
.
.
ตอนนี้เขาน่าจะกำลังอยู่บนทางด่วน...สะพานโอลิมปิกละมั้งถ้าจำไม่ผิด อีกนานเหมือนกันกว่าจะถึงคอนโดที่พักของซูเปอร์จูเนียร์ แปลก...ปกติเขาก็ผ่านทางนี้แทบจะทุกวัน ไม่เห็นจะเคยรู้สึกว่าข้างทางมันจะดูน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน...เงาดำๆวูบวาบขึ้นๆลงๆจากนอกรถเรียกความหวาดหวั่นอย่างไม่ทราบสาเหตุให้เข้าเกาะกุมจิตใจของอีทึก...เขาสังหรณ์อะไรบางอย่าง
ไม่ดีเลย...
มือเรียวสวยคว้าโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงกะจะกดหมายเลขหาหมีตัวอ้วนที่น่าจะอยู่ระหว่างทางกลับบ้านเหมือนกัน...แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเก็บเข้าที่เดิม...ไม่มีประโยชน์ที่จะทำให้ยองอุนต้องมาเป็นกังวลไปด้วย มันคงไม่มีอะไรหรอก เป็นเขาที่คิดมากไปเองซะมากกว่า...
อีทึกนั่งไม่ติดที่อยู่ได้ซักครู่ก็ทนไม่ไหว เอื้อมไปสะกิดหนึ่งในผู้จัดการแล้วถามว่า
“พี่ เมื่อไหร่จะถึงบ้านน่ะ”
“อะไรกัน ก็ผ่านทางนี้อยู่ทุกวันนี่จองซู นายก็รู้ว่ามันยังไม่ถึง นั่งเล่นไปก่อนละกัน”
“แต่ผมรู้สึกแปลกๆ มันบอกไม่ถูก”
“ไม่สบายเหรอ” คราวนี้คนเป็นผู้จัดการชักจะให้ความสนใจ อีทึกส่ายหน้าทั้งที่มือยังเกาะอยู่กับเบาะ
“ไม่ มันเหมือน อะไรไม่รู้ หวิวๆ รู้สึกไม่สบายใจ”
“นายคิดมากไปแล้วแหละ หลับตาพักซักเดี๋ยวก็จะดีขะ...เฮ้ยยย”
เอี๊ยดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!
ปังงงงงง!!!!!!!!
ไม่ทันขาดคำ คนตัวบางก็ต้องกระตุกอย่างแรงเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกระทำบางอย่างที่เหวี่ยงรถจนลื่นไถลราวกับไร้น้ำหนัก กระชากผู้จัดการไปทางหน้ารถ ขณะที่เหวี่ยงเขากลับมาชิดพนักที่นั่งตามเดิม มือซ้ายเขาเอื้อมไปกันน้องชายที่นอนหลับอยู่ข้างๆโดยอัตโนมัติทว่าแรงหมุนนั้นก็ทำให้ตัวเขากระเด็นไปติดกับอีกฝั่งหนึ่งของรถแทน จุกจนพูดไม่ออก...เหลือบไปด้านข้างอีทึกเห็นคยูฮยอนลืมตาขึ้นมาอย่างงงๆแล้วก็ต้องร้องลั่นเมื่อเบาะที่นั่งคนขับกำลังเลื่อนมาข้างหลังด้วยความเร็วสูงราวกับไร้ตัวยึดติด...เบาะบ้านั้นกำลังจะทับน้องชายเขาทั้งเป็น
“คยูฮยอนนน ระวังง!!!!!!”
พูดได้เพียงแค่นั้นก็ต้องหลับตาแน่นเมื่อแรงกระแทกครั้งถัดไปนั้นมากพอที่จะทำให้กระจกรถแตกกระจาย...เศษเสี้ยวชิ้นส่วนนั้นกระเด็นมาบาดหน้าเขาเต็มๆรวมถึงที่เหลือที่แล่นปักเข้ากลางหลัง แรงเหวี่ยงหลังกระแทกเบาะยิ่งทำให้เศษนั้นบาดเข้าเนื้อมากขึ้น...เขาลืมตาไม่ได้เมื่อเศษกระจกยังคาปักเหนือเปลือกตาของเขาแบบนี้...เจ็บเหลือเกิน เสียงโครมครามยังมีให้ได้ยินเป็นระยะ
แล้วคนอื่นข้างหลังล่ะ ชินดง ฮยอกแจ...
...ยองอุน...ช่วยฉันที...
.
.
.
อั่กก!!!!!
เพียงชั่ววินาทีที่รู้สึกตัวเพราะแรงเหวี่ยงแปลกๆและเสียงของพี่อีทึกตะโกนลั่นรถ คยูฮยอนก็โดนเบาะที่นั่งคนขับอัดเข้าที่ลำตัวอย่างเต็มๆ ความเจ็บปวดแล่นพล่านเข้ามาในทุกส่วนของร่างกาย อะไรบางอย่างแทงเข้าไปที่ข้างในลำตัวทำให้คยูฮยอนอึดอัดทรมาน หายใจไม่ออก และไม่มีแม้เรี่ยวแรงที่จะหันไปมองสมาชิกคนอื่น
อะไรกัน...เกิดอะไรขึ้น...
ยังไม่ทันจะหาคำตอบให้ตัวเอง แรงระลอกสองก็ซัดช่วงสะโพกเขาจนรู้สึกได้ถึงเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะภายใน น้ำตาร้อนๆไหลออกมาโดยอัตโนมัติเมื่อร่างกายพานพบกับความเจ็บปวดอันเกินจะทนรับไหว มือสั่นคลำเปะปะไปตามลำตัวเพื่อพบกับของเหลวข้นหนืดที่ไหลทะลักราวกับว่าจะหลั่งรินจนหยดสุดท้าย รถยนต์ที่อาศัยขับขี่มาเป็นเวลานานหมุนติ้วรอบคันก่อนจะหยุดสนิทที่ข้างทางพร้อมแรงกระแทกครั้งสุดท้าย
เสียงอื้ออึงค่อยสงบลง...นิ่งเหมือนกับเจ้าถังเหล็กสีดำที่หมดสภาพการใช้งาน
...แทบจะไม่เหลือร่องรอยว่ามันเคยเป็นรถยนต์มาก่อนในอดีตอีกเลย...
.
.
.
เสียงแตรไซเรนดังลั่นไปทั่วบริเวณพร้อมกับความวุ่นวายของเจ้าหน้าที่ในการพยายามช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ติดอยู่ในตัวรถ ในความมืดมิด คยูฮยอนไม่รู้ว่าพี่ชายสองคน...ชินดงกับอึนฮยอกปลอดภัย ขณะที่พี่ชายคนโตสุดบาดเจ็บสาหัส
ไม่ได้ยินเสียงของอีทึก...ที่แม้ว่าตัวเองจะบาดเจ็บเพียงไร...สิ่งที่พร่ำพูดออกมาก็มีเพียงคำว่าคยู ฮยอน...คยูฮยอนเท่านั้น คยูฮยอนไม่รู้สึกอะไร...กระทั่งตอนที่เจ้าหน้าที่มาขนย้ายร่างของเขาขึ้นเปลหาม เพื่อนำส่งโรงพยาบาลใกล้ๆโดยเร็วที่สุด ไม่รู้สึกแม้ยามที่คมมีดกรีดลงมาบนเนื้อช่วงหน้าอก พร้อมกับที่ท่ออะไรซักอย่างถูกสอดเข้าไปในลำคอเรียวเพื่อช่วยในการหายใจ ร่างกายทุกส่วนเริ่มชาไปหมด หนักอึ้งเหมือนไม่ใช่ร่างกายของเขาเอง ที่สำคัญ...ทำไมเขาถึงมีความรู้สึกว่าตัวของเขาเริ่มลอยขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่ขยับไม่ได้มาเป็นเวลานาน...
...เขามองเห็นร่างของตัวเองจากบนที่สูง...อาบเลือดและบิดเบี้ยวจนไม่อยากจะเชื่อว่านั่นคือร่างกายของโจคยู ฮยอน ท่ามกลางความสับสนเลือนรางนั้น สิ่งเดียวที่นักร้องหนุ่มนึกถึงคือใบหน้าขาวใส รอยยิ้มเห็นฟันกระต่ายของใครบางคน น้ำเสียงน่ารักที่มักอ้อนคนตัวโตกว่าให้ทำอะไรให้โดยไม่ได้คำถึงถึงอายุที่มากกว่าสองปี
...ใครกัน...คุ้นเหลือเกิน...
ภาพความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนที่ถูกน้ำกัดเซาะจนทะลักทลาย...ที่ว่าคนใกล้ตายมักจะจำเรื่องในอดีตได้มันเป็นแบบนี้เองสินะ
‘ยินดีที่ได้รู้จักนะน้องเล็กคนใหม่ ฉันชื่ออีซองมิน จากนี้ไปจะมาเป็นพี่ชายนายอีกคน คงต้องเหนื่อยหน่อยละกันพี่เยอะขนาดนี้’
…แต่คนอายุมากกว่าก็ยังไม่รู้ว่าชื่อนั้น...ใบหน้านั้นเป็นชื่อแรกที่โจคยูฮยอนจำได้ขึ้นใจ... ‘
คยูฮยอนร้องเพลงเพราะจัง เสียงทุ้มนุ่มสุดๆไปเลย น่าอิจฉา’
…ซองมินไม่เคยรู้ว่าเขาเองก็อิจฉาน้ำเสียงหวานใสกังวานของคนตัวเล็กมากเพียงใด... ‘
ให้ฉันเหรอ...? เนื่องในโอกาสอะไร แต่ยังไงก็ขอบใจนะ’
...เขายังไม่ได้บอก...ว่าในโอกาสที่เขาได้พบซองมินครบรอบหนึ่งปี…ของขวัญล้ำค่าที่พระเจ้าประทานมาให้เขา
‘เอ๋ นายว่าไงนะ เป็นแฟนกับนายเหรอ’
…ซองมินไม่รู้ว่าเขาต้องใช้การเตรียมใจถึงกี่วันกว่าที่จะกล้าพูดประโยคนั้น...
‘ดีใจจังที่ฉันได้เจอกับคยูฮยอน ฉันรักนายนะ อีซองมินรักโจคยูฮยอน’
...เขายังไม่มีโอกาสได้บอก...ว่าเขาเองก็รักซองมินขนาดไหน...
.
.
.
แล้วจะยังมีโอกาสอีกหรือ...?
.
.
.
ความเจ็บปวดที่เลือนหายอยู่ดีๆก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้ง เจ็บที่สุด ทรมานที่สุด และ...เดียวดายที่สุด วูบหนึ่งที่เขารู้สึกเหมือนถูกดึงกลับลงมาอยู่ในร่างกายอันหนักอึ้งอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆเบาบางลง คยูฮยอนไม่ได้ลอยขึ้นสูงเหมือนเคย แต่ราวกับจะจางหาย ละลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศรอบกาย
คำสุดท้ายติดอยู่ริมฝีปากก่อนที่มโนสติทั้งหมดจะเลือนหายไป...พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่หลุดลอย
...คยู...ฮยอน..รัก...ซองมิน...
TBC

ฟิคดาร์ก...
สมนิสัยคนแต่ง (กร๊ากกกกกกกกกกกก)
คอมบ้า!
เน็ตบ้า!
งอนแล้ว!
ฮืออออออออ T T
#1 By schnapps on 2009-11-08 17:55